2013/Jan/07

 
 
 
 
+ เอนทรี่นี้ยาวมากกกกก มันยาวเพราะหมวดมังงะนั่นแหละ อ่านข้ามๆไปบ้างก็ได้ค่ะ แต่ถ้าสนใจอะไรหรืออ่าน/ดู/ฟังอะไรมาแล้วก็มาคุยกันสนุกๆ หรืออยากแนะนำอะไรให้เราอ่านก็ได้ค่ะ เต็มที่
 
+ อยากบันทึกไว้ว่าอ่านอะไรมาบ้างในรอบปี เขียนด้วยเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ ไม่ต้องเชื่อก็ได้ เพราะถ้าชอบอะไร เราอวยได้ไม่มีที่สิ้นสุด
 
+ ไม่ว่ามังงะ หนังสือ หนัง อัลบัมนั้นจะออกปีไหน แต่ทั้งหมดในเอนทรี่นี้เราอ่าน ดู ฟัง ในปีนี้หมด
 
+ ในหมวดมังงะจะรวมทุกเรื่อง (หรือไม่ก็เกือบ) ที่อ่านในปีนี้ เลยมีให้คะแนน แต่ก็เป็นคะแนนที่บ่งบอกความชอบส่วนตัว หมวดอื่นไม่มีคะแนนเพราะเลือกมาแต่ที่ชอบจริงๆ เลยจะแค่พูดถึงเฉยๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
MANGA
(มีทุกเรื่องที่เริ่มอ่านและ/หรืออ่านจบในปีนี้ ถ้าเรื่องไหนยังอ่านไม่จบหรือยังออกไม่จบจะวงเล็บไว้ว่าอ่านถึงไหน บวก (+) คือชอบ ลบ (-) คือไม่ชอบ มากเท่าไหร่ก็ยิ่งชอบหรือไม่ชอบมากเท่านั้น ส่วน (x) คือเฉยๆ)
 
 
Bakuman (Ohba Tsugumi (Story) / Obata Takeshi (Art)) +++
ใส่มาด้วยเพราะจบปีนี้ ส่วนตัวคิดว่าช่วงท้ายแอบดรอป แต่นั่นเป็นเพราะเราชอบช่วงต้นๆมาก ไม่มีเรื่องไหนที่เรารออ่านสแกนอย่างใจจดใจจ่อได้เท่าช่วงประมาณตอน 50-100 ต้นๆอีกแล้ว
 
 
Black Jack Sousaku Hiwa (Miyazaki Katsu (Story) / Yoshimoto Kouji (Art)) +++
ชื่อไทยว่า ในวันที่ข้าพเจ้าเขียน Black Jack ชื่อเรื่อง หน้าปก ลายเส้น ชื่อคนวาดคนแต่ง ไม่มีอะไรดึงดูดให้อ่านสักอย่างแต่มันโคตรอิมแพคท์จริงๆนะ นักเขียน บก. ผู้ช่วย ผู้จัดการ ในยุคนั้นนี่สุดขีดกันหมด ฟินกับความฮาร์ดคอร์แบบย้อนยุคที่หาไม่ได้ใน Bakuman รู้ตัวอีกทีก็อ่านจบไปห้ารอบแล้ว สนุก คุ้มค่าที่จะอ่านอย่างยิ่ง
 
 
Full Metal Alchemist (Arakawa Hiromu) +++
เพิ่งอ่านสามเล่มสุดท้าย เป็นอะไรที่น่าตกใจมาก 5555
 
 
Onani Master Kurosawa (Ise, Katsura (Story) / Yokota, Takuma (Art)) +++
อย่าให้เรื่องย่อหลอกเอาได้ ดูแรงก็จริง แต่มันเป็นแนว Coming of Age นั่นแหละ พีคทีเดียว ดำเนินเรื่องแบบรวดเดียวจบ ไม่มีอ้อยอิ่ง ราวกับเรียนกวดวิชาคอร์ส Intensive
 
 
Otoyomegatari (Mori Kaoru) +++
(Chapter 16) แม่บ้านชาวเอเชียกลางทำงานบ้านในระบบภาพ Full HD แต่ในขณะที่เราได้เห็นชีวิตประจำวันแม่บ้าน ก็มีจะประเด็นดราม่าต่างๆเข้ามา ฟังดูเหมือนหนังหรือซีรี่ส์ทีวี ซึ่งจริงๆการเล่าเรื่องมันก็ให้ความรู้สึกถึงลักษณะความเป็นหนังอยู่เยอะเลย
 
 
Q&A (Adachi Mitsuru) +++
เหมือนคนจะไม่ค่อยชอบเรื่องนี้กัน เพราะถ้าเทียบกับ Cross Game แล้วสนุกน้อยกว่า เหมือนอาจารย์แกเขียนแก้เซ็งเล่นๆเอาฮา แต่เราชอบประเด็นเรื่องพี่น้องในเรื่องนี้มากๆ น่าแปลกที่เราโอเคกับตอนจบ ถ้าเป็นงานของคนอื่นเราอาจะเซ็งไปแล้วก็ได้ แต่ก็มีคนที่เซ็งอยู่มากมายนะ 55555
 
 
Cat Street (Kamio Yōko) ++
งานของคนเขียน F4 เรื่องนี้เป็น Coming of Age ที่ดราม่านิดหน่อย เนื้อเรื่องก็ไม่ได้แปลกใหม่มาก การก้าวข้ามอดีต หาที่ทางของตัวเอง ไขว่ขว้าหาความสุขในชีวิตอะไรแบบนี้ ชอบการพัฒนาเรื่องและตัวละครที่ดูธรรมชาติ ถึงเนื้อเรื่องจะค่อนข้างธรรมดา แต่ก็ inspiring มากกกกก
 

Misumisou (Oshikiri Rensuke) ++
มังงะแนวเด็กมัธยมมีปัญหาทั่วไป แต่ชอบในความสุดขีดของมัน คนเขียนไม่ยั้งมือเลย โหดจริง เลือดสาดจริง ตายจริง เห็นกันจะๆ
 
 
Yume Tsukai (Ueshiba Riichi) ++
(Volume 3) สงสัยมาตั้งแต่ตอนอ่าน Nazo no Kanojo X แล้วว่าคนเขียนคงสนใจจิตวิทยา พอมาเรื่องนี้เลยมั่นใจว่าใช่แน่ๆ เพราะอ่านแล้วนึกถึงทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (มั้ง เท่าที่รู้คร่าวๆ คือเราไม่มีความรู้ด้านจิตวิทยา) เฮี้ยนและกระอักกระอ่วนเต็มที่ ตอนอ่านไม่ได้เตรียมใจเจออะไรแบบนี้ เอกซ์ตรีมที่สุด
 
 
Shorts : Lovesick Dead / The Hanging Balloons / The Circus is Here / Human Chair / Approval / The Long Hair In The Attic / Den of the sleep demon / Hellstar Remina (Ito Junji) ++
เชยไปมั้ยถ้าเพิ่งเคยอ่านจุนจิอิโตะ ชอบสองเรื่องแรกเป็นพิเศษ โคตรหลอนนนนน ไอ้ตอนลูกโป่งนั่นอ่านแล้วเสียวคอมาก
 
 
Hana to Akuma(Oto Hisamu) ++/+
โชโจมังงะสูตรมาตรฐานทั่วไป อ่านเพลินๆ น่ารักแบบไม่ต้องคิดไรมาก ตอนจบไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่ถือว่ากล้าเหมือนกันที่จะขัดใจแฟนๆ (ซึ่งเราว่าดีแเล้ว สมเหตุสมผล) 
 
 
Taiyou no Ie (TAAMO) ++/+
(Chapter 16) เรียบๆ ไม่หวือหวาแต่ไม่มีอะไรน่ารำคาญใจ รวมๆแล้วก็โอเค บางช่วงแอบจี๊ดนิดๆด้วยซ้ำ แต่เรามีข้อสงสัยคือ บางทีตัวละครก็ทำตัวฉลาดเกิ๊น พยายามหลบดราม่ากันตลอดเวลา อ่านบรรยากาศได้ตลอด
 
 
Tonari no Seki-kun (Morishige Takuma) ++/+
(Chapter 20) นี่คือการ์ตูนที่มีสาระและจริงจังที่สุดเรื่องนึงในยุคนี้ (!?) แนะนำอย่างยิ่ง อาจจะได้กิจกรรมฆ่าเวลาที่น่าสนใจกว่าการวาดรูปเรื่อยเปื่อยหรือนั่งหลับไปทำในห้องเรียนได้บ้างไม่มากก็น้อย (!!?) ชื่อภาษาไทยคือเพื่อนเกรียนข้างโต๊ะ
 
 
Ayakashi Koi Emaki (Shinjo Mayu) +
(Chapter 18) คงเพราะไม่คาดหวังเลยรู้สึกว่าสนุก ปกติไม่ค่อยชอบชินโจมายุ แต่เรื่องนี้โอเคเลย เป็นโชโจมังงะที่อ่านได้เรื่อยๆ ไม่อี๋ สัดส่วนความดาร์กกับความใสกำลังพอดี พระเอกนางเอกน่ารัก ดูเป็นผู้เป็นคนกว่าเรื่องอื่น (เท่าที่เคยผ่านตา) มากๆ และที่สำคัญ เชื่อมั้ยว่าเรื่องนี้ไม่ 18+ !!
 
 
Shintakarajima (Tezuka Osamu) +
เข้าใจแล้วว่าทำไมฟูจิโกะฟูจิโอะในวัยเด็กถึงตะลึงกับสิ่งนี้ (เราอ่านเรื่องนี้หลังจากอ่าน Maa-chan no Nikkichou) ลองคิดดูว่ายุคนั้นคงไม่มีมังงะมูฟเม้นท์เยอะๆแบบนี้ ยังแบ่งสี่ช่องแบบการ์ตูนแก๊กด้วยซ้ำ ทำให้ทึ่งกับการพัฒนาของอาจารย์เทะซึกะสุดๆ ฟังคนเขาชาบูอย่างเดียวไม่เห็นภาพ เราก็เพิ่งเข้าใจ ยิ่งถ้าอ่านงานแกหลายๆยุคจะเห็นชัดมาก ซึ่งเราว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญจุดนึงเลยล่ะ
 
 
Dien Bien Phu (Nishijima Daisuke) +/x
(Volume 1) แค่นี้ก่อน แต่ดูน่าสนใจดีเหมือนกัน
 
 
Hungry Joker (Tabata Yuuki) +/x
(Chapter 5) ชอบไอเดีย น่าสนใจ หวังว่าจะไปได้ด้วยดี
 
 
Jisatsu Circle (Furuya Usamaru) +/x
 
 
Koisome Momiji (Sakamoto Tsugirou (Story) / Miura Tadahiro (Art)) +/x
ดีกว่าตอนเป็นเรื่องสั้นเยอะ
 
 
Maa-chan no Nikkichou (Tezuka Osamu) +/x
 
 
Mako to Rumi to Chii (Tezuka Osamu) +/x
(Chapter 12)
 
 
Nisekoi (One Shot) (Komi Naoshi) +/x
 
 
Shaman King Flower (Hiroyuki Takei) +/x
(Chapter 8) ต้องรอดูกันยาวๆว่าเรื่องจะไปในทิศทางไหน แต่สิ่งที่ชอบกว่าภาคหนึ่งตอนนี้คือตัวละครเถื่อนดี (คิดว่านะ) ไม่มีใครดูเป็นคนดีเลย 55555
 
 
Short Cuts (Furuya Usamaru) +/x
มันเฮี้ยนอะมันเฮี้ยนนนนน
 
 
ZE (Shimizu Yuki) +/x
เสียดายยย เสียดายมาก อยากชอบมากกว่านี้ แต่ก็ก้าวข้ามความเป็น just another yaoi manga ไม่ได้ (สำหรับเรา) รู้สึกมีปัญหากับบทสรุปของหลายๆพาร์ท โดยเฉพาะพาร์ทที่ชอบที่สุดจบได้โกงอารมณ์มาก ซึ่งมันควรทำให้เชื่อได้มากกว่านี้หรือเปล่า ทั้งๆที่มันดีมาเกือบทั้งตอนแล้วอะ
 
 
Shorts : Long Along Alonging / Minna Kirakira / Oeufs D'ange / Ou to Sokkin / The Bedroom Girl, The Sculpture Room Girl / Till Dawn / Velvet Going Underground (Nakamura Asumiko) +/x
ชอบประมาณนึง แต่บางเรื่องก็จูนไม่ค่อยติด ในทั้งหมดนี้ ชอบเบดรูมเกิร์ลที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเรื่องไหนเทียบ I am a piano ได้เลย
 
 
At Na-Chan's (Furuya Usamaru) x
 
 
Helvetica Standard (Arawi Keiichi) x
(Chapter 1) สี่ช่องผลงานของคนวาดนิชิโจว
 
 
Love Stage (Eiki Eiki (Story) / Zaou Taishi (Art)) x
(Chapter 13)
 
 
Plastic Girl (Furuya Usamaru) x
 
 
Shokugeki no Soma (One Shot) (Tsukuda Yuuto (Story) / Saeki Shun (Art)) x
การ์ตูนทำอาหารผสมเซอร์วิส ! จะว่าฮาก็ฮา จะว่าหื่นก็หื่นนะ
 
 
The Devil Invites Himself to the Ball (Tezuka Osamu) x
 
 
Tsurebito (Yoshitomi Akihito) x
(Chapter 3) อยากอ่านต่อมากก
 
 
Sankarea (Hattori Mitsuru) x/-
(Chapter 5) น่าสนใจประมาณนึง แต่พออ่านจริงๆแล้วดำเนินเรื่องน่าเบื่ออะ อืดด ไม่มีอะไรดึงดูดให้อ่านต่อ
 
 
W3 (Tezuka Osamu) x/-
ธรรมดามากกกถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆที่เป็นตำนานของอ.เทะซึกะ เรื่องนี้วิบูลกิจพิมพ์ออกมานานมากๆแล้ว ตอนนั้นอยากอ่านเพราะชอบหน้าปก เป็นเป็ดไว้ผมม้าเล่นกีต้าร์ แต่ไม่มีเรื่องย่อ เลยไม่ได้ซื้ออ่าน ตอนนี้อ่านจบแล้วก็เฉยๆิ ไม่มีอะไรพิเศษ บางช่วงน่าเบื่อนิดๆ
 
 
Koisome Momiji (One Shot) (Sakamoto Tsugirou (Story) / Miura Tadahiro (Art)) -/--
 
 
Watashi ni xx Shinasai (Tōyama Ema) ???
(Chapter 44) ไม่สามารถให้คะแนนได้เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบ หรือเกลียดเรื่องนี้ คือองค์ประกอบมันผิดไปหมดทุกอย่าง เราควรจะเลิกอ่านตั้งนานแล้ว แต่คิดดูอีกที หรือมันจะเป็นมังงะแนวทดลอง จะมีโชโจมังงะเรื่องไหนอีกที่กล้าให้นางเอกบิทช์แบบเปิดเผยได้ขนาดนี้ ? ไหนจะการที่ตัวละครทำอะไรเสี่ยวๆหื่่นๆมากมาย มันไม่ใช่การ์ตูนที่ดีหรอก แต่เราสนุกกับความรู้สึก WTF และการตามสาปส่งนางเอกมาก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
BOOKS


เดอะ เว็นดิโก้ อสูรไพรทมิฬ
(อัลเจอร์นอล แบล๊ควู้ด (เขียน) / แดนอรัญ แสงทอง (แปล))
เรื่อง ดำเนินไปเรื่อยๆตามที่ตาเห็นได้ ไม่มีเฉลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชอบประเด็นเรื่องความสวยและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ทำให้มนุษย์เกรง ไปจนถึงขั้นสติแตก บรรยายความรู้สึกนั้นได้ดีมากมากมากกก เคว้งคว้างและเย็นยะเยือกแบบ Literally ทำให้รู้สึกว่าพอเทียบกับธรรมชาติแล้วมนุษย์ช่างอ่อนแอนัก


เพื่อนนอน
(ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) 
รวมเรื่องสั้นหลากรส หลากจริงๆ มีทั้งฮาแบบไร้สาระ ฮาแบบเสียดสี ซึ้ง ซีเรียสสอนใจ มีหมด สนุก อ่านซ้ำหลายรอบได้โดยไม่เบื่อ เราเพิ่งอ่านงานของม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่มนี้เล่มที่สอง ชอบการที่แกเขียนประโยคหรือย่อหน้าที่ยาวมากกกให้สวยงามและอ่านได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ


มาสเตอร์กับมาร์การิตา
(มิคาอิล บูลกาคอฟ (เขียน) / นพดล เวชสวัสดิ์ (แปล))
ซื้อมาดองไว้ประมาณหนึ่งปีนิดๆ ก่อนอ่านเพื่อนชาวรัสเซียยืนยันมาแล้วว่าสนุก เราอ่านแบบไร้ความรู้เกี่ยวกับการเมืองและสังคมรัสเซียโดยสิ้นเชิงก็ยัง รู้สึกสนุกมากๆ แฟนตาซีสุดฤทธิ์สุดเดช โดยเฉพาะพาร์ทมอสโกที่โคตรจะวินาศสันตะโร มันมากกก แต่พอเวลาผ่านไปแล้วรู้สึกว่าพาร์ทที่ฟินอยู่ในใจลึกๆคือพาร์ทข้าหลวงโรมัน บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม แต่เหมือนมันมีพลังแฝง


The Godfather
(Mario Puzo)
ไม่ใช่แค่เท่ แต่ลุ่มลึก ละเอียดและมีความเป็นมนุษย์สูงมาก รู้สึกได้ถึงความนึกคิดของตัวละคร ทั้งๆที่เรื่องมันไกลตัวมากๆ คิดว่าคงไม่ต้องอธิบายมากหรอก พิมพ์ไปก็เปลืองตัวอักษรเปล่าๆ เพราะมันดีมากกกโดยที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มจริงๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
FILMS
(ดูน้อยและตัดออกจากลิสต์เยอะ เลยมีแค่นี้แหละจ้ะ มีแต่หนังที่ดูเหมือนจะเป็นหนังเด็กเนอะ ยกเว้นเรื่องแรก)
 
 
Funny Game (Michael Haneke, 1997)
ขนาดรู้มาก่อนแล้วว่าฉากในตำนานฉากนั้นมันเป็นยังไงเราก็ัยังช็อคอยู่ดี
 
 
Hugo (Martin Scorsese, 2011)
ประทับใจครึ่งเรื่องท้ายที่เกี่ยวกับเมลิแยส์ ซึ้งใจกับความรักในภาพยนตร์ของตัวละคร (และของผกก.ด้วย) การที่สิ่งที่เรารักและใส่ใจมีคนอื่นมารักด้วยนี่มันคงเป็นความรู้สึกที่ดี สุดๆ ถ้าเราเรียนฟิล์มเราคงอินกับเรื่องนี้มากขึ้นอีกสามเท่า
 
 
My Neighbors the Yamadas (Isao Takahata, 1999)
ตลกมากและซึ้งมากด้วย ซึ้งแบบไม่ทันตั้งตัว วินาทีที่แล้วยังฮาๆกันอยู่ สามารถพลิกอารมณ์เป็นซึ้งได้ในวินาทีต่อมา บวกกับการใช้ดนตรีและภาพที่พอเหมาะพอเจาะ บางฉากแทบจะเรียกน้ำตาได้ ถ้าให้เลือกว่าปีนี้ชอบหนังเรื่องไหนที่สุดเรื่องเดียว ก็คงเป็นเรื่องนี้ ฟินนน
 
 
Ratatouille (Brad Bird, 2007)
เรียบง่าย เพลิดเพลิน เหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษแต่ก็ดีนะ
 
 
Where the Wild Things Are (Spike Jonze, 2009)
ไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าทำไมถึงชอบมาก เต็มไปด้วยความเหงา พลุ่งพล่าน สับสน เกรี้ยวกราด แฝงความอบอุ่นอยู่เล็กหน่อย เพลงประกอบก็เพราะมาก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ALBUMS
(ปีนี้ฟังเพลงเป็นอัลบัมเท่าไหร่ไม่ค่อยเยอะถ้าเทียบกับปีที่แล้ว และไม่ได้เลือกบางอัลบัมมาด้วย หมวดนี้น่ะเลือกตัดออกยากที่สุดแล้ว *ปาดน้ำตา พร้อมตัดอีกมากมายหลายอัลบัมทิ้งไป*)
 
 
(What's The Story) Morning Glory (Oasis, 1995)
ฟังแล้วเข้าใจในทันทีว่าทำไมตอนนั้นถึงดังขนาดนั้น
 
 
A+E (Graham Coxon, 2012)
(แทรคจี๊ดAdvice / The Truth / Running for your life)
ทีแรกนึกว่าจะฟังยาก แต่สนุกดี ช่วงที่ออกมาแรกๆฟังบ่อยมาก และก็ยังฟังอยู่เรื่อยมา ชอบมากกว่าอัลบัม Happiness In Magazines อีก
 
 
In Focus? (Shugo Tokumaru, 2012)
(แทรคจี๊ด : Katachi / Helictite (LeSeMoDe) / Balloon)
อบอุ่นสดใสเหมือนช่วงเวลาหลังฝนตก มีสายรุ้ง ถึงจะชอบฟังแยกเพลงมากกว่าฟังทั้งอัลบัม แต่เพลงเพราะเยอะเกินครึ่งอัลบัม เหมือนจะ "เยอะ" แต่กลมกล่อม ฟังสบาย ไปพิสูจน์เต็มอัลบัมกันเองด้วยอัลบัมสตรีม

 
Kitsch Cat 2 (Various Artists, 2012)
(แทรคจี๊ด : Like This / Don't You Have a Feeling / Just Give Your Love-in)
ฝากเพื่อนซื้อจากแฟต 11 จนแฟต 12 จบไปแล้วเพิ่งได้ฟัง ตอนนี้ชอบอัลบัมแรกมากกว่านี้ดดดนึง แต่อาจจะเป็นเพราะฟังอัลบัมแรกมานานกว่าก็ได้ มีแซมเปิ้ลทั้งอัลบัมให้ฟังที่นี่ แล้วก็ Memory Machine เต็มเพลง
 
 
Little Fox (Little Fox, 2007)
(แทรคจี๊ด : คุณพระช่วย / Singing in Bars)
ลืมว่าซื้อแผ่นนี้ไว้ ดองมาเกือบสี่ปีแล้วเพิ่งนึกได้ ออกจะง่วงๆนิดหน่อย แต่ก็ชอบ ฟังแล้วได้อารมณ์กึ่งๆระหว่างทำให้สบายใจกับซึมเศร้าหนักกว่าเดิม
 
 
Thai Beat A Go-Go Vol. 1 (Various Artists, 2004)
(แทรคจี๊ด : Meow / Loomsiah / Supannahong)
เจอในบล๊อกคุณ Phil_wc เมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นโหลดมาแล้วไม่ครบ เพิ่งไปตามหามาจนครบตอนต้นปีนี้ เป็นอัลบัมรวมเพลงไทยยุค 60's โดยฝรั่ง โคตรเซอร์และโคตรสนุก ออกไซคีเดลิคนิดๆ มีหลายอารมณ์ ตั้งแต่เพลงฮาๆ ไปจนกระทั่งแอบหลอน เด็ดจริง ขอแนะนำ ในยูทูปมีครบทั้งอัลบัมเลยไม่อยากจะบอก
 
 
The White Room (Decoration) (Singular, 2011)
(แทรคจี๊ด : One / เบา เบา)